ถุงมือยางกับผลกระทบเพราะไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้

blackoutคาดว่าคุณผู้อ่านคงทราบว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค 2556 เวลาประมาณ 19.00 น. ได้เกิดไฟดับพร้อมกันในทุกพื้นที่ของ 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้เกิดความตื่นตระหนกและความเสียหาย และมีผลในด้านอื่นๆตามมาอีกมาก

หนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาต่างๆหลายแง่มุมไปแล้ว ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถหาอ่านได้ตามแหล่่งต่างๆครับ

ในข่าวที่ปรากฏออกมาบังเอิญมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับถุงมือยางด้วย

และเนื่องจากเวป Siamglove.com เป็นศูนย์จัดจำหน่ายถุงมือไนไตร ถุงมือแพทย์ จึงขออนุญาติสนใจเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับถุงมือยางมาวิเคราะห์กันนะครับ

ข่าวจากสำนักข่าวไทย ในวันที่ 22 พ.ค ระบุว่าทาง เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า จากการประเมินความเสียหาย จากปัญหาไฟฟ้าดับพร้อมกันในทุกพื้นที่ของ 14 จังหวัดภาคใต้ พบว่า อุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยาง (รวมไปถึงถุงยางอนามัย) ที่มีโรงงานผลิตหลายโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก เนื่องจากโรงงานเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะดำเนินการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ส่วนอุตสาหกรรมการอื่นเช่น อุตสาหกรรมผลิตอาหาร หรือผลิตอาหารแปรรูป, อุตสาหกรรมผลิตไม้ยาง- ไม้ยางแปรรูป อาจมีความเสียหายไม่มาก เนื่องจาก ส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตในช่วงเย็น (ไฟดับตอนเย็นนะครับ)

ส่วนที่ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องผลกระทบก็จะเป็น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร้านค้า สถานบันเทิง เพราะไม่สามารถให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว

แล้วผลกระทบกับพวกเราละ?

เชื่อว่าหลายท่านคงกังวลว่า ถ้าอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยางได้รับผลกระทบ แล้วผลนั้นจะมากระทบอะไรบ้างหรือเปล่า จะมีถุงมือยาง หรือถุงมือแพทย์ใช้ไหม ราคาถุงมือไนไตรที่ใช้อยู่จะปรับราคาขึ้นหรือเปล่า เป็นต้น

Right001

อย่างไรก็ตาม จากข่าวดังกล่าว ทางเวป Siamglove.com เชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อ เราๆท่านๆที่ใช้ถุงมือยาง ถุงมือไนไตร หรือถุงมือแพทย์นัก เนื่องจาก

  • ทางโรงงาน ย่อมมีการสต้อกสินค้าตามปกติ แม้ว่าการผลิตอาจจะสะดุดบ้างในช่วงไฟดับ แต่ก็สามารถเร่งกำลังการผลิตเพื่อชดเชยความต้องการได้ (แต่โรงงานผลิตก็ยังได้รับความเสียหายนะครับ)
  •  ผู้จัดจำหน่ายย่อมมีการสต้อกสินค้าตามปกติ ดังเช่น เวป Siamglove.com ได้มีการสต้อกสินค้าเพิ่มขึ้นทุกเดือนเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าเก่าและใหม่ ที่ขยายความต้องการอย่างต่อเนื่อง จึงเรียนแจ้งลูกค้าว่า ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้เลยครับ
  • โรงงานผลิตมีกระจายตามภาคต่างๆ (ไม่ได้มีเฉพาะภาคใต้เพียงอย่างเดียว) โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตถุงมือยาง ถุงมือแพทย์ หรือถุงมือไนไตร นั้นมีแทบจะทุกภาคอยู่แล้ว
  • โรงงานผลิตในต่างประเทศ ก็มีอีกเป็นจำนวนมาก ที่จะรองรับความต้องการได้หากขาดแคลนจริงๆ

จึงสรุปว่า แม้ว่าไฟฟ้าดับจะนำความเสียหายมาสู่อุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยาง แต่ในแง่ของผู้ใช้งานคาดว่ามีผลกระทบน้อยมากครับ

หมายเหตุ: ทางเวปขอไม่กล่าวถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับถุงมือยางนะครับ

Similar Posts

  • แพ้ยาง! หากแพ้ถุงมือยาง ควรทำอย่างไร

    ถุงมือแพทย์ถุงมือแพทย์ที่ใช้ หากแพ้ยางจากถุงมือต้องทำอย่างไร? ถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาตินั้น ได้มาจากต้นยางพารา ซึ่งเดิมจะเป็นน้ำยางมีลักษณะเป็นนของเหลวขุ่นข้น แล้วผ่านกระบวนการผลิตจนเป็นถุงมือยางชนิดถุงมือแพทย์ ซึ่งในบางครั้งอาจเกิดปัญหาเรื่องการแพ้ยางกับผู้สวมใส่ อันที่จริงไม่ได้เกิดจากยางหรอกครับ แต่ปัญหาเรื่องการแพ้ยางจะเกิดเพราะโปรตีนที่อยู่ในยางธรรมชาติมากกว่า ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา โปรตีนจากยางธรรมชาติซึ่งใช้ในการผลิต ถุงมือยาง ถุงยาง ลูกโป่ง หนังยาง ยางลบ และของเล่น ได้สร้างปัญหาแก่ผู้สวมใส่ที่มีอาการแพ้ จวบจนกระทั่งในปี 1990 ได้มีกาคิดค้นยางสังเคราะห์ หรือยางธรรมชาติแบบชนิดไม่มีแป้งขึ้นมาได้ ทำให้ปัญหาเรื่องการแพ้แป้งลดลงไปอย่างมาก

  • ถุงมือชนิดมีแป้งต่างจากชนิดไม่มีแป้งอย่างไร

    ถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติ หรือถุงมือยางตรวจโรค นั้นในท้องตลาด แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติชนิดมีแป้ง  และ ถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติชนิดไม่มีแป้ง  ซึ่งดูเผินๆแล้วคล้ายกันมาก เพราะ ออกสีขาวๆ เหมือนกัน แต่ทั้งสองแบบ มีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน ทั้งองค์ประกอบ, การใช้งาน และราคา และในบทความนี้เราจะมารู้จักถุงมือทั้ง 2 ชนิดกันครับ

  • ถุงมือแพทย์ หรือถุงมือไนไตร : ขนาด!…..ใครว่าไม่สำคัญ

    ในบทความก่อนหน้านี้ ทางเวป Siamglove.com ได้นำเสนอหลักการพิจารณาเลือกใช้ถุงมือยางหลายชนิด ทั้งถุงเมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง, ถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง, ถุงมือไนไตร, ถุงมือไวนิล เราเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้หลักการคร่าวๆในการเลือกใช้ถุงมือที่เหมาะกับงานไปแล้วนะครับ แต่ถ้าท่านผู้อ่านยังไม่ได้อ่านบทความแนะนำ การเลือกซื้อถุงมือ ท่านสามารถคลิ๊กดูบทความเรื่องการเลือกซื้อถุงมือได้ตามลิงค์นี้ครับ(คลิ๊ก) หลังจากที่ท่านได้พิจารณาเลือกซื้อถุงมือตามหลักในบทความดังกล่าวแล้ว ขั้นต่อไปก็คงต้องพิจารณาว่าควรเลือกขนาด (ไซส์)ไหนดี เพราะในท้องตลาด มีให้เลือกตั้งแต่ ขนาดเล็กพิเศษ(XS), ขนาดเล็ก (S), ขนาดกลาง(M), ใขนาดหญ่(L)  และใหญ่พิเศษ(XL) ซึ่งท่านคงสงสัยว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือไซส์ไหนดีล่ะ? นอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาว่าควรเลือกซื้อถุงมือแพทย์ที่ความยาวเท่าไหร่ดี เพราะในท้องตลาดมีหลายความยาวให้เลือกทั้ง 9 นิ้ว, 12 นิ้วและยาวกว่านั้นก็มี ซึ่งท่านคงสงสัยอีกว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือยาวเท่าไหร่ดีล่ะ? อ้อ! ลืมบอกไปนิดนะครับ ว่า ณ.วันที่เขียนบทความนี้ (31 ตุลาคม 2554) ทาง Siamglove.com ยัง ไม่มีถุงมือยางขนาด 12 นิ้ว และยัง ไม่มีถุงมือแพทย์หรือถุงมือไนไตรขนาด เล็กพิเศษ(XS) และใหญ่พิเศษ(XL) จำหน่ายนะครับ แต่อนาคตอันใกล้จะนำมาจำหน่ายแน่นอน หากตลาดมีความต้องการ ท่านสามารถโทรมาสอบถามได้ครับ

  • การวัดและการทดสอบโปรตีนในถุงมือแพทย์ เพื่อป้องกันการแพ้โปรตีน

    ถุงมือยางธรรมชาติ จะประกอบไปด้วยโปรตีน และบางคนก็แพ้โปรตีน ทำให้เมื่อสวมถุงมือแล้วจะมีอาการ ตั้งแต่การแสบคัน เกิดผื่นแดง หรือเป็นลมพิษ ไปจนถึงอาการแพ้ขั้นรุนแรง ดังนั้นในกระบวนการผลิต จึงมีการควบคุมปริมาณโปรตีน ส่วนจะคุมอย่างไร ท่านสามารถอ่านได้จากบทความนี้ครับ

  • ถุงมือไนไตร : คืออะไร? เมื่อไหร่ควรใช้?

    ถุงมือไนไตร ประวัติและที่มา เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินถุงมือไนไตรมาบ้างนะครับ แม้ว่าบางท่านอาจไม่รู้จักมันเลย และเรียกชื่อผิดๆ เป็น ถุงมือไนโตร เพราะบ่อยครั้งมีบางท่านโทรมาถามว่า มีถุงมือไนโตร จำหน่ายหรือไม่ ก็คงไม่แปลกหากท่าน เรียกชื่อมันผิดๆถูกๆ เพราะเราไม่รู้คุ้นกับมันเท่าไหร่ เพราะถ้าเราพูดถึงถุงมือตรวจโรคชนิดใช้แล้วทิ้ง เกือบจะทุกท่านจะนึกถึงถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติ เพราะเหตุผลหลายๆประการเช่น บ้านเราผลิตยางธรรมชาติได้มาก เราจึงคุ้นเคยกับยางธรรมชาติมากกว่ายางสังเคราะห์ ถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติ มีมานานกว่า เราจึงรู้จักถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติได้ดีกว่า ถุงมือยางธรรมชาติ มีราคาถูกกว่า จึงมีใช้กันมากกว่า ไปที่ไหนก็เห็น เราจึงคุ้นเคยกับมันมากกว่า ถุงมือไนไตรเริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1980 (ราวปี พ.ศ. 2523) โดย นายนิล ทีลลีสัน (Neil Tillitson) และ นายลุค เดอร์เบกเกอร์ (Luc DeBecker) ต่อมาในปี 1990 ได้มีการพัฒนาเทคนิดและกระบวนการผลิต และมีการจดสิทธิบัตรในปี 1991

  • ถุงมือไนไตร : ทนสารเคมีได้ดีกว่า

    ถุงมือไนไตร : ทนสารเคมีอะไรได้บ้าง หากท่านผู้อ่านได้ติดตามบทความของทางเวป siamglove.com มาโดยสม่ำเสมอ จะทราบว่าถุงมือไนไตรจะมีข้อแตกต่างจากถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติหลายๆด้านเช่น เหนียวกว่า แข็งแรงกว่า ทนทานกว่า ป้องกันการแพ้ได้ดีกว่าเป็นต้น แต่โดยหลักๆแล้ว เรามักจะใช้ถุงมือไนไตร เพื่อป้องกันการอาการแพ้ และจำเป็นต้องใช้งานที่ต้องสัมผัสสารเคมี กรด เบส แอลกอฮอล์ น้ำมัน ไขมันต่างๆ ทางเวปได้เคยเขียนบทความถึงข้อจำกัดของถุงมือยางธรรมชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โปรตีนที่อยู่ในยางธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดการแพ้แก่ผู้สวมใส่บางคน ซึ่งโปรตีนนั้นในอาจสัมผัสร่างกายของผู้สวมใส่ได้ทั้งทางผิวหนังและทางระบบหายใจ หากผู้ที่มีอาการแพ้โปรตีนสวมใส่ ก็อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ในระดับต่างๆ ตามสภาพร่างกายของแต่ละคน ซึ่งมีตั้งแต่ เป็นผื่นแดง คัน เป็นตุ่ม จนถึงอาการหืดหอบ หรือช๊อกได้ นอกจากขจัดปัญหาเรื่องการแพ้ยางแล้ว ถุงมือไนไตร ยังทนต่อสารเคมีได้มากชนิดทั้งกรด เบส ไขมัน น้ำมันต่างๆ ซึ่งหากนำถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติไปสัมผัส อาจเกิดการละลายได้ (หากสารละลายนั้นเข้มข้นเกินไป)