ถุงมือแพทย์ หรือถุงมือไนไตร : ขนาด!…..ใครว่าไม่สำคัญ

ในบทความก่อนหน้านี้ ทางเวป Siamglove.com ได้นำเสนอหลักการพิจารณาเลือกใช้ถุงมือยางหลายชนิด ทั้งถุงเมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง, ถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง, ถุงมือไนไตร, ถุงมือไวนิล เราเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้หลักการคร่าวๆในการเลือกใช้ถุงมือที่เหมาะกับงานไปแล้วนะครับ

แต่ถ้าท่านผู้อ่านยังไม่ได้อ่านบทความแนะนำ การเลือกซื้อถุงมือ ท่านสามารถคลิ๊กดูบทความเรื่องการเลือกซื้อถุงมือได้ตามลิงค์นี้ครับ(คลิ๊ก)

หลังจากที่ท่านได้พิจารณาเลือกซื้อถุงมือตามหลักในบทความดังกล่าวแล้ว ขั้นต่อไปก็คงต้องพิจารณาว่าควรเลือกขนาด (ไซส์)ไหนดี เพราะในท้องตลาด มีให้เลือกตั้งแต่ ขนาดเล็กพิเศษ(XS), ขนาดเล็ก (S), ขนาดกลาง(M), ใขนาดหญ่(L)  และใหญ่พิเศษ(XL) ซึ่งท่านคงสงสัยว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือไซส์ไหนดีล่ะ?

นอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาว่าควรเลือกซื้อถุงมือแพทย์ที่ความยาวเท่าไหร่ดี เพราะในท้องตลาดมีหลายความยาวให้เลือกทั้ง 9 นิ้ว, 12 นิ้วและยาวกว่านั้นก็มี ซึ่งท่านคงสงสัยอีกว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือยาวเท่าไหร่ดีล่ะ?

อ้อ! ลืมบอกไปนิดนะครับ ว่า ณ.วันที่เขียนบทความนี้ (31 ตุลาคม 2554) ทาง Siamglove.com ยัง ไม่มีถุงมือยางขนาด 12 นิ้ว และยัง ไม่มีถุงมือแพทย์หรือถุงมือไนไตรขนาด เล็กพิเศษ(XS) และใหญ่พิเศษ(XL) จำหน่ายนะครับ แต่อนาคตอันใกล้จะนำมาจำหน่ายแน่นอน หากตลาดมีความต้องการ ท่านสามารถโทรมาสอบถามได้ครับ

จากรูปด้านบน เราวัดความยาวของถุงมือยางจากปลายนิ้วกลางจนถึงข้อมือครับ นั่นคือ ถ้าถุงมือยาว 9 นิ้ว แปลว่าระยะตั้งแต่ปลายนิ้วกลางถึงข้อ มือจะยาวประมาณ 9 นิ้ว

ที่ใช้คำว่า“ประมาณ” เพราะจริงๆแล้ว ขึ้นชื่อถุงมือยาว 9 นิ้วเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วขนาด S M และ L จะมียาวไม่เท่ากัน เพราะผู้ผลิตจะคำนึงถึงสัดส่วนมือผูhสวมใส่ด้วยครับ  นั้นคือโดยทั่วไปถุงมือขนาดเล็ก (S) จะสั้นกว่า 9 นิ้ว (มักจะใช้คำ ว่ายาวประมาณ 220 มิลลิเมตร) ส่วนถุงมือขนาดใหญ่ (L) อาจมีความยาวที่ยาวกว่า 9 นิ้วก็ได้ครับ

ส่วนเรื่องการเลือกซื้อถุงมือว่าควรซื้อถุงมือให้ยาวแค่ไหนนั้น ก็ต้องพิจารณาถึงการทำงาน ว่าต้องการให้ถุงมือปกป้องมือเราแค่ไหน ถ้าเราต้องสวมถุงมือแพทย์ เพื่อไปหยิบหรือจับทั่วไป ก็ใช้ความยาวแค่ 9 นิ้วก็น่าจะพอ แต่ถ้าเราต้องสวมถุงมือยางแพทย์ เพื่อต้องนำมือไปจุ่มหรือแช่ในของเหลว ก็ควรเลือกซื้อถุงมือให้ยาวหน่อยก็จะดีครับ

การเลือกซื้อถุงมือแพทย์ หรือถุงมือไนไตรที่มีความยาวเหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญนะครับ เพราะถุงมือแพทย์ยิ่งยาว ก็ยิ่งต้องใช้ปริมาณยางมากกว่า จะมีราคาสูงกว่าครับ

การพิจารณาเลือกขนาดถุงมือที่เหมาะสม

จากรูปด้านบน เราวัดความกว้างของถุงมือจากโคนนิ้วก้อย(ขอบมือด้านนอก) จนถึงโคนนิ้วชี้ด้านนอก หรือระยะ W ในรูป โดยระยะ W จะเป็นตัวกำหนดขนาดของถุงมือแพทย์ ดังนี้
Size “S” จะมีระยะ W = 85 mm (+/-5 mm)
Size “M” จะมีระยะ W = 95 mm (+/-5 mm)
Size “L” จะมีระยะ W = 108 mm (+/-5 mm)
Size “XL” จะมีระยะ W > 108 mm (+/-5 mm)

ทีนี้หากเราสงสัยว่ามือของเราเหมาะที่จะสวมถุงมือไซส์ไหน เรามีหลักการคร่าวๆในการพิจารณาดังนี้ครับ ให้ท่านเอาสายวัดมาวัดรอบมือของท่าน 1 รอบ ตรงช่วงทีกว้างที่สุดของฝ่ามือ คือโคนนิ้วโป้ง แล้วดูว่ารอบมือยาวกี่นิ้ว หลังจากนั้นก็เลือกถุงมือตามข้อมูลข้างล่างครับ

หากวัดได้ 7″-8″ ให้เลือกสวมถุงมือไซส์  S
หากวัดได้ 8″-9″ ให้เลือกสวมถุงมือไซส์  M
หากวัดได้ 9″-10″ ให้เลือกสวมถุงมือไซส์  L
หากวัดได้ 10″-11″ ให้เลือกสวมถุงมือไซส์  XL

อันนี้เป็นการคำนวนคร่าวๆนะครับ หากยังไม่แน่ใจ ท่านสามารถขอถุงมือตัวอย่างจากร้านค้ามาลองสวมดูได้ครับ หากสนใจถุงมือของ Siamglove.com ก็สามารถติดต่อเรา เพื่อขอตัวอย่างฟรีได้ครับ

สงวนลิขสิทธิ์รูปและบทความครับ

Similar Posts

  • ถุงมือไนไตรกับกระบวนการแปรรูปสุกร

    สุกร (swine) ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญมากในประเทศไทย ชาวไทยบริโภคสุกรเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และยังมีปริมาณมากพอที่จะส่งออกเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กระเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปีอีกด้วย และการส่งออกสุกรนั้น สร้างรายได้ให้กับผู้เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆของ ห่วงโซ่อุปทานนี้ไม่น้อยในแต่ละปี ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จนถึงผู้ค้าปลีกเนื้อสุกรในตลาด รวมถึงผู้ค้าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคสุกรและการเลี้ยงสุกรอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานอีกประเภทที่เราจะขาดเสียไม่ได้เลย ก็คือผู้ชำแหลและแปรรูปสุกร ซึ่งหากปราศจากขั้นตอนนี้แล้ว เราคงจะไม่มีเนื้อหรือส่วนต่างๆเอาไว้บริโภคเป็นแน่ และกระบวนการนี้มีความซับซ้อนมากกว่าการฆ่าและชำแหละเป็นชิ้นๆ การชำแหละและแปรรูปสุกรที่ถูกต้อง จะต้องคำนึงถึงสุขอนามัยของผู้บริโภคและธรรมาภิบาลในการดูแลสัตว์อย่างถูกต้องตามหลักการและมาตรฐานอื่นๆที่จำเป็นอีกด้วย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตและแปรรูปสุกรจำนวนมากกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ โดยหลักการแล้วเราอาจสงสัยว่าโรงงานหรือกระบวนการแปรรูปสุกรที่มีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร กระบวนการแปรรูปสุกร ก่อนที่เราจะนำสุกรมาผ่านการแปรรูป เราต้องควบคุมคุณภาพเนื้อสุกรตั้งแต่เริ่มต้น ต้องเริ่มตั้งแต่การผสมพันธุ์ โดยในปัจจุบันจะใช้การผสมเทียม ฉีดน้ำเชื้อเข้าไปที่ตัวแม่พันธุ์ และรอจนกระทั่งแม่สุกรคลอดลูกสุกรออกมา ในคราวหนึ่งจะคลอดประมาณ 10 ตัว หลังจากที่ลูกสุกรอยู่กับแม่สุกรไประยะหนึ่ง ก็จะแยกตัวลูกออกมาเลี้ยงในโรงอนุบาลลูกสุกรต่างหาก จนลูกสุกรเติบโตได้ขนาดที่เหมาะสมแล้ว ก็จะส่งไปโรงขุนเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ได้น้ำหนักที่ต้องการ เมื่อได้น้ำหนักที่ต้องการแล้ว ซึ่งปัจจุบัน จะอยู่ที่ประมาณตัวละ 100 กิโลกรัม ก็จะทำการขายสุกรนั้นออกไปให้แก่โรงชำแหละ

  • ถุงมือแพทย์ชนิดมีแป้ง : ควรใช้หรือไม่

    ถุงมือแพทย์ ปกติทางเวป siamglove.com ไม่ค่อยได้เขียนบทความเกี่ยวกับถุงมือแพทย์ชนิดมีแป้ง มากนัก เพราะเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงคุ้นเคยกับถุงมือแพทย์ชนิดนี้มากแล้ว เพราะพบเห็นได้มากที่สุดทั้งในโรงพยาบาล โรงงาน ร้านขายยา เพราะเป็นถุงมือที่ใช้กันในวงกว้าง แม้ว่าเมื่อเทียบระหว่างถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง (Powdered) กับถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง (Powder Free) จะดูเหมือนถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้งจะดีกว่าเกือบทุกด้าน แต่ราคาสูงกว่าเท่านั้น แต่จริงๆ ถุงมือแพทย์แบบมีแป้งก็มีข้อดีอยู่หลายข้อทีเดียวครับ ถุงมือแพทย์เหมือนกับถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้งอย่างไร…

  • ถุงมือยางชนิดถุงมือแพทย์ประเภทใช้แล้วทิ้ง

    ถุงมือตรวจโรค เป็นถุงมือที่ใช้อย่างแพร่หลาย มีหน้าที่ป้องกันผู้ป่วย หมอและพยาบาล บทความนี้จะช่วยให้เรารู้จักถุงมือชนิดนี้ให้มากขึ้น

  • ถุงมือไนไตร – ทำไมจึงเหมาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมห้องเย็น

    สำหรับท่านที่อยู่ในอุตสาหกรรมห้องเย็น หรือประกอบกิจการทำงานในโรงงานที่ต้องใช้ห้องเย็น และหากท่านต้องใช้ถุงมือเพื่อการทำงาน ถุงมือไนไตรก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม บทความนี้ถึงข้อดีในการใช้ถุงมือไนไตรในอุตสาหกรรมห้องเย็นครับ

  • ถุงมือไนไตร: ดีอย่างไร ต่างจากถุงมือยางธรรมชาติอย่างไร

    ถุงมือไนไตรทำมาจากยางสังเคราะห์ (synthetic latex) โดยถุงมือไนไตรใช้เพื่อป้องกันของมีคมบาดมือหรือนิ้ว เนื่องจากถุงมือไนไตรมีความเหนียว ทนต่อของมีคมเป็นพิเศษและทนต่อการขาด โดยเฉพาะอย่ายิ่งเมื่อเปลี่ยบเทียบกับถุงมือแมีพทย์มีแป้งและไม่มีแป้งก็ตาม ถุงมือไนไตรสีฟ้า สีม่วงหรือไม่ว่าสีใดๆ จะมีความทนทานมากกว่า 3 เท่าโดยเฉลี่ยในแง่ของทั้งทนต่อของมีคม และหรือสารละลาย หรือสารเคมีอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับถุงมือยางธรรมชาติแล้ว ถุงมือไนไตรค่อนข้างลื่นกว่าสามารถสวมใส่ได้ง่ายกว่าถุงมือยางธรรมชาติ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ถุงมือไนไตรเป็นที่นิยมมากกว่าถุงมือไวนิล และถุงมือยางธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้นถุงมือไนไตรยังมีคุณสมบัติทนต่อสารเคมี จำพวกสารละลาย อย่างไรก็ตามครับ เมื่อท่านจะซื้อถุงมือไนไตร สิ่งที่ควรทราบสำหรับถุงมือนี้มีหลายข้อดังนี้

  • ถุงมือยางไนไตร : สุดยอดถุงมือสำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์

    ถุงมือยางไนไตร : สุดยอดถุงมือสำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์ จากบทความก่อนหน้าเรื่อง “ถุงมือไนไตรเป็นอย่างไร” เราทราบมาว่า ถุงมือยางไนไตร ผลิตมากจากยางสังเคราะห์ ดังนั้นจึงมีความยืดหยุ่น และเหนียว ทนทาน ฉะนั้นเราจึงใช้ถุงมือไนไตร ในอุตสาหกรรมต่างๆเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ใช้ในอุตสาหกรรม ยา อาหาร เครื่องจักร ยานยนต์ หรือแม้แต่ใช้ในบ้าน. แต่ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันก็คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเราจะสวมถุงมือไนไตร ทำงานตามแผนกต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ครับ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในบ้านเรา โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบ่งคร่าวๆได้ 3 แบบคือ Upstream Industry, Midstream Industry, Downstream Industry หมายถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำตามลำดับ โดย อุตสาหกรรมต้นน้ำก็จะเป็นพวกอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานสำหรับการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) ส่วนอุตสาหกรรมกลางน้ำก็จะเป็นการผลิตชิ้นส่วน ที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น IC, Capacitor เป็นต้น และ อุตสาหกรรมปลายน้ำก็จะเป็นการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ…