แผ่นยางที่ผลิตจากยางสังเคราะห์เอาไปทำอะไรบ้าง

ยางสังเคราะห์ ในปัจจุบัน มีหลายแบบมากเลยครับ เช่น IR, BR, CR, IIR, CIR, BIR, SBR, EPM, EPDM และ NBR (อันนีใช้ผลิตถุงมือไนไตร์ครับ) ยางแต่บะอย่างก็มีคุณสมบัติต่างกันไป เอามาผลิตวัสดุต่างๆเยอะแยะมากมาย ผมเชื่อว่าหากเอามาเขียนบทความ คงยาวมากทีเดียว เอาเป็นว่า ผมขอเขียนในบางหัวข้อคร่าวๆครับ ไว้มีเวลาจะอบรรยายละเอียดทีละตัวแล้วกันครับ

หลายท่านคงรู้จักกับแผ่นยางที่ไว้สำหรับปูพื้นตามห้องต่างๆหรือตามลานกีฬา ลู่วิ่งในสนาม เป็นต้น แต่บางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าแผ่นยางที่เห็นตามพื้นนั้น ผลิตมาจากยางชนิดใด มีคุณสมบัติอย่างไรและทำไมถึงได้ไว้ใช้สำหรับปูพื้นได้

ยางที่ปูพื้นนั้นส่วนใหญ่จะผลิตขึ้นมาจากยางสังเคราะห์เนื่องจากยางสังเคราะห์นั้นมีคุณสมบัติที่มีความทนทานกว่ายางธรรมชาติมากเพราะยางสังเคราะห์นั้นมีการสังเคราะห์มาจากน้ำมันปิโตเลี่ยมและมีการเติมสารเคมีที่สำคัญลงไปเพื่อให้เกิดคุณสมบัติต่างๆที่ดีของยางสังเคราะห์ คือ มีความต้านทานต่อน้ำมัน สารเคมี และความร้อนได้สูงและมีอายุ การใช้งานยาวนานกว่า

ยางสังเคราะห์มีความยืดหยุ่นไม่มากนักเมื่อเทียบกับยางธรรมชาติดังนั้นใน การใช้งานจึงมีการผสมระหว่างยางธรรมชาติกับยางสังเคราะห์ซึ่งจะทำให้ ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติของยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ในตัวเดียวกัน คือมีความยืดหยุ่นของยางธรรมชาติและมีความทนทานของยางสังเคราะห์ แต่สำหรับแผ่นยางนั้นจะผลิตมาจากยางสังเคราะห์ที่มีการผสมสารเคมีหลายชนิดแล้วแต่การใช้งาน เช่น แผ่นยาง NBR หรือยางไนไตร ที่เราเอามาทำถุงมือไนไตร กันนี้แหละครับ ยาง NBR เป็นยางสังเคราะห์ชนิดหนึ่งซึ่ง ประกอบด้วยอะไครโลไนไตรล์ตั้งแต่ 18% – 51% โดยจะผสมมากน้อย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน

ยางไนไตรล์เป็นยางที่มีความเป็นขั้วสูงมีสมบัติเด่น คือ สามารถทนต่อน้ำมันปิโตรเลียมและตัวทำละลายที่ไม่มีขั้วต่างๆ ได้ดี นอกจากนี้ยังทนต่อความร้อนและต้านทานต่อการขัดถูได้ดี จึงนิยมนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องสัมผัสกับน้ำมัน เช่น ยางโอริง ยางซีล ยางเชื่อมข้อต่อ เป็นต้น

หรือ ยาง EPDM เป็นยางโคโพลิเมอร์ไรซ์ระหว่าง เอททีลีนกับโพรพีลีน และมีการเติม ไดอีน ลงไปเล็กน้อยในระหว่างการเกิดปฏิกิริยาโพลิเมอไรเซชั่น ทำให้ยางที่ได้มีส่วนที่ไม่อิ่มตัว และ อยู่ในสายโซ่โมเลกุล

ยางชนิดนี้จึงสามารถคงรูปได้ด้วยกำมะถัน ทำให้ยาง EPDM ยังคงมีสมบัติเด่นในเรื่องของการทนทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากความร้อนของ แสงแดด ออกซิเจน โอโซน สารเคมีที่เป็น กรดและ ด่างได้ดีมากจึงนิยมใช้ปูพื้นห้องปฏิบัติการเคมีเพื่อป้องกันกรดและด่างจะไปกัดกร่อนพื้นทำให้เกิดความเสียหายได้

ยาง EDM นี้ ยังมีความยืดหยุ่นตัวได้ดีที่อุณหภูมิต่ำเมื่อเทียบกับ ยางธรรมชาติ จึงมักนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้ภายนอกเนื่องจากทนต่อสภาพอากาศได้ดีและนำมาใช้กับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ เช่น ยางขอบกระจก ยางปัดน้ำฝน ท่อยางของหม้อน้ำรถยนต์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้สามารถเป็นฉนวนหุ้มสายเคเบิล สายพานลำเลียง แผ่นยางกันน้ำ แผ่นยางมุงหลังคา เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีแผ่นยางซิลิโคน ( silicone rubber) เป็นผลลัพธ์จากการรวมกันของไนไตรล์ฟีนีล (phenyl) หรือกลุ่มฟลูออไรน์ ( fluorine) ยางนี้มีความเสถียรมาก ไม่ได้รับผลกระทบจากแสงแดด ต้านทานต่อน้ำมันร้อน และมีความสามารถต่อการบิดงอภายใต้อุณหภูมิ -100 ถึง+500 องศาฟาเรนไฮต์ มีความแข็งแรงต่อแรงดึงเฉลี่ยที่อุณหภูมิห้อง 300 ถึง 600 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว มีความสามารถยืดขยายให้ยาวได้ถึง 120%และยังมีสมบัติโดยทั่วไปมีค่าความทนต่อแรงดึง ความต้านทานต่อการขัดถู และความต้านทานต่อแรงกระแทกต่ำมาก ดังนั้นจึงต้องมีการเติมสารตัวเติมเพื่อเสริมแรงเช่น ซิลิกาเข้าช่วย แต่ยางซิลิโคนทนต่อสภาพอากาศ ออกซิเจน โอโซน แสงแดด และความร้อนได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำมากๆ ได้ แต่เนื่องจากยางชนิดนี้มีราคาสูงมาก ดังนั้นการใช้งานจึงจำกัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถใช้ยางชนิดอื่นๆ ได้ เช่น การผลิตชิ้นส่วนของยานอวกาศ เครื่องบิน รถยนต์ ยางโอริง หน้ากากออกซิเจน งานทางการแพทย์และเภสัชกรรม เป็นต้น

โดยทั่วไปแล้วแผ่นยางสังเคราะห์นั้นยังสามารถนำไปปูพื้นกันลื่นตามฟิตเนส หรือ นำไปทำลู่ลานเพื่อลดแรงกระแทกไม่ให้นักกีฬาได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดทำให้ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมในการนำเอาแผ่นยางมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆมากมายครับ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาตัวแผ่นยางให้มีสีสันและลวดลายที่มีความสวยงามามากขึ้นกว่าเดิมทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกแผ่นยางได้ตามลักษณะของการใช้งานเช่นหานำไปปูพื้นสนามเด็กก็อาจจะเลือกใช้พื้นยางที่มีสีสันและสามารถใช้ประโยชน์ได้เพื่อนำมากันกระแทกให้กับเด็กๆในเวลาล้มให้ได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดอีกด้วย หรือหากนำไปเป็นพื้นยางในฟิตเนสก็ความเลือกรูปแบบที่ดูสวยงามเรียบหรู ดูดีมีสไตส์ เป็นต้นครับ

และในปัจจุบันยังมีการพัฒนาโดยการนำแผ่นยางนั้นมาผลิตเป็นพรมดักฝุ่นมีทั้งลวดลายและสีสันให้เลือกซึ่งสามารถดักจับฝุ่นละลองจากพื้นรองเท้าได้ดี และแผ่นยางงสังเคราะห์ยังสามารถนำไปทำพื้นรองเท้าเพื่อกันไฟฟ้าได้เพราะยางนั้นเป็นฉนวนทำให้ไฟฟ้าไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้สวมใส่ได้หรือเรียกรองเท้าชนิดนี้อีกอย่างว่า รองเท้าเซฟตี้ นั่นเองครับ จะเห็นได้ว่าแผ่นยางสังเคราะห์นั้นสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากมาย เพื่อให้เราทุกคนสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ครับ

Similar Posts

  • แป้งในถุงมือ – มิตรหรือศัตรู

    ถุงมือแพทย์ชนิดมีแป้งถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง มีจำหน่ายมากมายตามท้องตลาด ซึ่งแต่ละผู้ผลิตก็มีกรรมวิธีไม่แตกต่างกันมากนัก แต่บทความนี้ผมเขียนเพื่อช่วยไขข้อข้องใจว่า แป้งในถุงมือ เป็นอย่างไร มีหน้าที่อะไร มีประโยชน์และโทษอย่างไร ส่วนเราควรใช้หรือไม่ ก็ขอให้อยู่ที่ท่านผู้อ่านพิจารณาเองครับ

  • ถุงมือไนไตร: จะเลือกซื้ออย่างไรดี?

    เราทราบกันแล้วว่า ถุงมือยางแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน. ขึ้นกับวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น ถ้าคุณต้องการถุงมือที่ไม่สร้างอาการแพ้ ไม่ว่าจะอาการแพ้แป้ง แพ้ยาง แพ้โปรตีน ทนทานต่อสารเคมี พวก กรด เบส น้ำมัน ต่างๆ เหนียว ทน ไม่ฉีกขาด ไม่แตกง่าย ผมว่าในกรณีอย่างนี้ ถุงมือที่เหมาะสมน่าจะเป็นถุงมือยางไนไตร เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการถุงมือไนไตรดีๆสักคู่ คุณก็ต้องการถุงมือที่ทนทานสามารถทนทานต่อการใช้งานหนักๆได้ และป้องกันมือคุณได้ดีตลอดการทำงาน ในปัจจุบันมีโรงงานผลิตถุงมือไนไตร ได้ผลิตถุงมือไนไตรจำนวนมากหลายแบบ หลายสี และหลายยี่ห้อ ซึ่อแต่ละเจ้าผู้ผลิต ก็สามารถผลิตถุงมือยางไนไตรที่ดี และปกป้องมือคุณได้เหมือนๆกันแล้วเราจะเลือกถุงมือไนไตรที่เหมาะกับเราที่สุดได้อย่างๆไร?

  • สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตภัณฑ์จากยางพารา

    ถุงมือยาง ผลิตมาจากยางพาราเป็นหลัก แต่ก็จะมีสารเคมีที่เกี่ยวข้องหลายตัว ทำหน้าต่างในกระบวนการหลายๆขั้นตอน บทความนี้กล่างถึงสารเคมีและอธิบายถึงหน้าที่ของสารเคมี ในการผลิณ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา (บริษัทฯไม่มีสารเคมีจำหน่ายนะครับ)

  • ถุงมือแพทย์ หรือถุงมือไนไตร : ขนาด!…..ใครว่าไม่สำคัญ

    ในบทความก่อนหน้านี้ ทางเวป Siamglove.com ได้นำเสนอหลักการพิจารณาเลือกใช้ถุงมือยางหลายชนิด ทั้งถุงเมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง, ถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง, ถุงมือไนไตร, ถุงมือไวนิล เราเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้หลักการคร่าวๆในการเลือกใช้ถุงมือที่เหมาะกับงานไปแล้วนะครับ แต่ถ้าท่านผู้อ่านยังไม่ได้อ่านบทความแนะนำ การเลือกซื้อถุงมือ ท่านสามารถคลิ๊กดูบทความเรื่องการเลือกซื้อถุงมือได้ตามลิงค์นี้ครับ(คลิ๊ก) หลังจากที่ท่านได้พิจารณาเลือกซื้อถุงมือตามหลักในบทความดังกล่าวแล้ว ขั้นต่อไปก็คงต้องพิจารณาว่าควรเลือกขนาด (ไซส์)ไหนดี เพราะในท้องตลาด มีให้เลือกตั้งแต่ ขนาดเล็กพิเศษ(XS), ขนาดเล็ก (S), ขนาดกลาง(M), ใขนาดหญ่(L)  และใหญ่พิเศษ(XL) ซึ่งท่านคงสงสัยว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือไซส์ไหนดีล่ะ? นอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาว่าควรเลือกซื้อถุงมือแพทย์ที่ความยาวเท่าไหร่ดี เพราะในท้องตลาดมีหลายความยาวให้เลือกทั้ง 9 นิ้ว, 12 นิ้วและยาวกว่านั้นก็มี ซึ่งท่านคงสงสัยอีกว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือยาวเท่าไหร่ดีล่ะ? อ้อ! ลืมบอกไปนิดนะครับ ว่า ณ.วันที่เขียนบทความนี้ (31 ตุลาคม 2554) ทาง Siamglove.com ยัง ไม่มีถุงมือยางขนาด 12 นิ้ว และยัง ไม่มีถุงมือแพทย์หรือถุงมือไนไตรขนาด เล็กพิเศษ(XS) และใหญ่พิเศษ(XL) จำหน่ายนะครับ แต่อนาคตอันใกล้จะนำมาจำหน่ายแน่นอน หากตลาดมีความต้องการ ท่านสามารถโทรมาสอบถามได้ครับ

  • ถุงมือไนไตรกับกระบวนการแปรรูปสุกร

    สุกร (swine) ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญมากในประเทศไทย ชาวไทยบริโภคสุกรเป็นจำนวนมากในแต่ละปี และยังมีปริมาณมากพอที่จะส่งออกเพื่อสร้างรายได้ให้แก่กระเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปีอีกด้วย และการส่งออกสุกรนั้น สร้างรายได้ให้กับผู้เกี่ยวข้องในส่วนต่างๆของ ห่วงโซ่อุปทานนี้ไม่น้อยในแต่ละปี ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จนถึงผู้ค้าปลีกเนื้อสุกรในตลาด รวมถึงผู้ค้าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคสุกรและการเลี้ยงสุกรอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานอีกประเภทที่เราจะขาดเสียไม่ได้เลย ก็คือผู้ชำแหลและแปรรูปสุกร ซึ่งหากปราศจากขั้นตอนนี้แล้ว เราคงจะไม่มีเนื้อหรือส่วนต่างๆเอาไว้บริโภคเป็นแน่ และกระบวนการนี้มีความซับซ้อนมากกว่าการฆ่าและชำแหละเป็นชิ้นๆ การชำแหละและแปรรูปสุกรที่ถูกต้อง จะต้องคำนึงถึงสุขอนามัยของผู้บริโภคและธรรมาภิบาลในการดูแลสัตว์อย่างถูกต้องตามหลักการและมาตรฐานอื่นๆที่จำเป็นอีกด้วย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตและแปรรูปสุกรจำนวนมากกระจายอยู่ตามภาคต่างๆ โดยหลักการแล้วเราอาจสงสัยว่าโรงงานหรือกระบวนการแปรรูปสุกรที่มีคุณภาพนั้นเป็นอย่างไร กระบวนการแปรรูปสุกร ก่อนที่เราจะนำสุกรมาผ่านการแปรรูป เราต้องควบคุมคุณภาพเนื้อสุกรตั้งแต่เริ่มต้น ต้องเริ่มตั้งแต่การผสมพันธุ์ โดยในปัจจุบันจะใช้การผสมเทียม ฉีดน้ำเชื้อเข้าไปที่ตัวแม่พันธุ์ และรอจนกระทั่งแม่สุกรคลอดลูกสุกรออกมา ในคราวหนึ่งจะคลอดประมาณ 10 ตัว หลังจากที่ลูกสุกรอยู่กับแม่สุกรไประยะหนึ่ง ก็จะแยกตัวลูกออกมาเลี้ยงในโรงอนุบาลลูกสุกรต่างหาก จนลูกสุกรเติบโตได้ขนาดที่เหมาะสมแล้ว ก็จะส่งไปโรงขุนเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ได้น้ำหนักที่ต้องการ เมื่อได้น้ำหนักที่ต้องการแล้ว ซึ่งปัจจุบัน จะอยู่ที่ประมาณตัวละ 100 กิโลกรัม ก็จะทำการขายสุกรนั้นออกไปให้แก่โรงชำแหละ

  • ถุงมือแพทย์ไม่มีแป้ง:ควรใช้หรือไม่

    ถุงมือแพทย์ไม่มีแป้ง จะมีก่อให้เกิดการแพ้แป้งแก่ผู้สวมใส่ แต่การที่ไม่มีแป้ง จะทำให้สวมถุงมือยากขึ้น บทความนี้เราจะรู้ว่าควรใช้ถุงมือชนิดไม่มีแป้งหรือไม่