ถุงมือแพทย์ไม่มีแป้ง:ควรใช้หรือไม่

ถุงมือแพทย์ไม่มีแป้ง หรือถุงมือยางธรรมชาติไม่มีแป้ง หรือถุงมือ Powder Free (แล้วแต่จะเรียกกัน) มีคุณสมบัติแตกต่างจากถุงมือแพทย์ชนิดมีแป้ง ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือผู้ใช้ ไม่ค่อยเสี่ยงต่อการแพ้แป้ง ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ

วันนีเราจะมาคุยกันในเรื่องถุงมือยางแบบไม่มีแป้ง ซึ่งแป้งของถุงมือที่ใช้กันจะเป็นแป้งข้าวโพด ซึ่งถุงมือมีแป้งที่จำหน่ายในเวป siamglove.com จะใช้แป้งที่ทำจากแป้งข้าวโพด แป้งนี้จะใส่ลงไปเพื่อใช้เพื่อให้ถุงมือสวมใส่ง่ายและมีความปลอดภัยเนื่องจากเป็นสารที่ใช้ทำอาหาร นอกจากนี้แป้งในถุงมือยางนอกจากจะทำให้ถุงมือลื่น ใส่ง่ายแล้วยังป้องกันไม่ให้ถุงมือขาดได้ง่ายด้วย แต่อย่างไรก็ดี แป้งนี้ก็อาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้ใช้ที่มีผิวที่บอบบาง แพ้ ระคายเคืองได้ง่าย จึงได้มีการพัฒนาโดยหาทางกำจัดแป้งในถุงมือออก เพื่อให้ได้ถุงมือยางชนิดไม่มีแป้ง (หรือถุงมือแพทย์ไม่มีแป้ง)ออกมา

แม้ว่าจะมีปัจจุบันจะมีถุงมือไนไตร เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่ในหลายๆกรณี ถุงมือยางธรรมชาติก็ยังเป็นที่ใช้งานอยู่ การสวมใส่ถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง จะค่อนข้างยากกว่าการใส่ถุงมือแบบมีแป้งนะครับ โดยเฉพาะถ้าเอามือที่เปียกๆหมาดๆ มาสวมใส่ จะพบว่าใส่ได้ยากมากทีเดียว และบางครั้งถ้าใส่แรงๆ อาจขาดได้ง่ายๆ อันนี้เป็นคุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งของแป้งครับ

ปัญหาอีกอย่างของถุงมือแพทย์ คือเรื่องขอโปรตีนในน้ำยางหรือในยาง เพราะหากบางคนแพ้โปรตีนที่มีอยู่ในถุงมือยาง ย่อมเกิดอาการแพ้ แม้ว่าจะสวมถุงมือแบบไม่มีแป้งก็ตาม และสำหรับคนที่แพ้แป้งในถุงมือ หากสวมถุงมือแพทย์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้แป้งซึมสู่ผิวหนัง แม้ว่าคนทั่วไปอาจไม่รู้สึกอะไร เพราะไม่มีอันตรายแต่สำหรับบางคนที่แพ้แป้ง อาจมีอาการคัน แพ้ หรืออักเสบได้

คุณจะสามารถที่จะซื้อถุงมือยางชนิดมีแป้งน้อย ในราคาขายถูกและมีสีสรรที่แตกต่างกันเช่นสีดำ, ครีม, สีแดงและสีฟ้า ซึ่งสินค้าของ siamglove ล้วนเป็นชนิดแป้งน้อยหรือ light powder ครับ และเหตุที่ทำชนิดแป้งน้อยๆ ก็เพื่อให้ถุงมือสวมใส่ง่าย แม้ว่าจะมีแป้งน้อยอยู่ แต่หลักสำคัญคือ เพื่อให้แป้งไม่ฟุ้งกระจาย ลองคิดดูนะครับ บางทีผู้สวมใส่อาจไม่แพ้แป้ง แต่แป้งอาจฟุ้งกระจายไปยังคนข้างเคียง ที่มีอาการแพ้ ก็อาจเป็นอันตรายต่อเขาได้เช่นกัน

ปัญหาเหล่านี้ทำให้ มีผู้ใช้ถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้งมากขึ้น แม้ว่าบางคนจะไม่ได้แพ้ก็ตาม แต่ก็นิยมใช้เนื่องจากสบายใจกว่า และแป้งยังทำให้มือเลอะเทอะ ต้องล้างมือหลีงจากถอดถุงมือ ทำให้ไม่สะดวกเวลาทำงาน มีเพียงสิ่งเดียวที่คุณต้องทำเมื่อใช้ถุงมือไมมีแป้ง คือการใช้งานอย่างระมัดระวังและควรหลีกเลี่ยงการฉีกขาด

แน่นอนครับ ผู้สวมถุงมือคงไม่สวมถุงมือขาด 100% แต่ควรระมัดระวังในการสวมใส่หน่อยนะครับ เลือกถุงมือที่หนา แข็งแรงพอสมควร แม้ว่าแป้งที่อยู่ในถุงมือจะมีข้อดีต่างๆ เช่นช่วยให้สวมใส่ง่าย ทำให้ถุงมือขาดยาก แต่ก็มีข้อเสียหลายอย่าง เช่นอาการแพ้ (บางคน) เลอะเทอะ โดยเฉพาะถ้าเอามือเปียกชื้นไปสวมใส่ ก็จะเลอะเทอะง่ายขึ้น ยังไงก็เลือกถุงมือที่เหมาะสมกันนะครับ

เรียบเรียงโดย Siamglove.com

Similar Posts

  • ถุงมือแพทย์ชนิดมีแป้ง : ควรใช้หรือไม่

    ถุงมือแพทย์ ปกติทางเวป siamglove.com ไม่ค่อยได้เขียนบทความเกี่ยวกับถุงมือแพทย์ชนิดมีแป้ง มากนัก เพราะเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงคุ้นเคยกับถุงมือแพทย์ชนิดนี้มากแล้ว เพราะพบเห็นได้มากที่สุดทั้งในโรงพยาบาล โรงงาน ร้านขายยา เพราะเป็นถุงมือที่ใช้กันในวงกว้าง แม้ว่าเมื่อเทียบระหว่างถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง (Powdered) กับถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง (Powder Free) จะดูเหมือนถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้งจะดีกว่าเกือบทุกด้าน แต่ราคาสูงกว่าเท่านั้น แต่จริงๆ ถุงมือแพทย์แบบมีแป้งก็มีข้อดีอยู่หลายข้อทีเดียวครับ ถุงมือแพทย์เหมือนกับถุงมือแพทย์แบบไม่มีแป้งอย่างไร…

  • ถุงมือแพทย์ ถุงมือไนไตร เป็นอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี

    ถุงมือแพทย์ ถุงมือไนไตร เป็นอย่างไร เลือกใช้แบบไหนดี ถุงมือแพทย์บ้านเรามีถุงมือใช้อยู่หลายชนิด เช่นถุงมือที่ใช้ในงานบ้าน (ล้างห้องน้ำ ล้างจาน ทำสวน ทาสี) ถุงมือแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาล ตลอดจนใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งแต่ละชนิดก็ผลิตมากจาวัสดุแตกต่างกันไป เช่นบางชนิดทำจากยางพารา บางชนิดทำจากยางสังเคราะห์ บางชนิดทำจากผ้า หนัง ทั้งหนังแท้หนังเทียม ถุงมือยาง หรือถงมือที่ทำจากยาง ก็เป็นถุงมือที่ใช้กันมาก ซึ่งมีหลายประเภททั้งใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เช่นถุงมือ Household หรือถุงมือใช้แล้วทิ้งเช่นถุงมือแพทย์ ถุงมือไนไตร ถุงมือไวนิล

  • ถุงมือยางไนไตร : สุดยอดถุงมือสำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์

    ถุงมือยางไนไตร : สุดยอดถุงมือสำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์ จากบทความก่อนหน้าเรื่อง “ถุงมือไนไตรเป็นอย่างไร” เราทราบมาว่า ถุงมือยางไนไตร ผลิตมากจากยางสังเคราะห์ ดังนั้นจึงมีความยืดหยุ่น และเหนียว ทนทาน ฉะนั้นเราจึงใช้ถุงมือไนไตร ในอุตสาหกรรมต่างๆเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ใช้ในอุตสาหกรรม ยา อาหาร เครื่องจักร ยานยนต์ หรือแม้แต่ใช้ในบ้าน. แต่ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบันก็คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเราจะสวมถุงมือไนไตร ทำงานตามแผนกต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ครับ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในบ้านเรา โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แบ่งคร่าวๆได้ 3 แบบคือ Upstream Industry, Midstream Industry, Downstream Industry หมายถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำตามลำดับ โดย อุตสาหกรรมต้นน้ำก็จะเป็นพวกอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานสำหรับการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) ส่วนอุตสาหกรรมกลางน้ำก็จะเป็นการผลิตชิ้นส่วน ที่เป็นส่วนประกอบของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น IC, Capacitor เป็นต้น และ อุตสาหกรรมปลายน้ำก็จะเป็นการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ…

  • ถุงมือแพทย์ชนิดไม่ฆ่าเชื้อ

    ถุงมือแพทย์ ชนิดไม่ฆ่าเชื้อ หรือถุงมือตรวจโรค แราศจากเชื้อ นิยมใช้ในงานทั่วไป ท่านสามารถติดต่อขอใบเสนอราคาและตัวอย่างได้ฟรีคครับ

  • ถุงมือยางชนิดถุงมือแพทย์ประเภทใช้แล้วทิ้ง

    ถุงมือตรวจโรค เป็นถุงมือที่ใช้อย่างแพร่หลาย มีหน้าที่ป้องกันผู้ป่วย หมอและพยาบาล บทความนี้จะช่วยให้เรารู้จักถุงมือชนิดนี้ให้มากขึ้น

  • ถุงมือไนไตร : คืออะไร? เมื่อไหร่ควรใช้?

    ถุงมือไนไตร ประวัติและที่มา เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินถุงมือไนไตรมาบ้างนะครับ แม้ว่าบางท่านอาจไม่รู้จักมันเลย และเรียกชื่อผิดๆ เป็น ถุงมือไนโตร เพราะบ่อยครั้งมีบางท่านโทรมาถามว่า มีถุงมือไนโตร จำหน่ายหรือไม่ ก็คงไม่แปลกหากท่าน เรียกชื่อมันผิดๆถูกๆ เพราะเราไม่รู้คุ้นกับมันเท่าไหร่ เพราะถ้าเราพูดถึงถุงมือตรวจโรคชนิดใช้แล้วทิ้ง เกือบจะทุกท่านจะนึกถึงถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติ เพราะเหตุผลหลายๆประการเช่น บ้านเราผลิตยางธรรมชาติได้มาก เราจึงคุ้นเคยกับยางธรรมชาติมากกว่ายางสังเคราะห์ ถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติ มีมานานกว่า เราจึงรู้จักถุงมือแพทย์จากยางธรรมชาติได้ดีกว่า ถุงมือยางธรรมชาติ มีราคาถูกกว่า จึงมีใช้กันมากกว่า ไปที่ไหนก็เห็น เราจึงคุ้นเคยกับมันมากกว่า ถุงมือไนไตรเริ่มผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1980 (ราวปี พ.ศ. 2523) โดย นายนิล ทีลลีสัน (Neil Tillitson) และ นายลุค เดอร์เบกเกอร์ (Luc DeBecker) ต่อมาในปี 1990 ได้มีการพัฒนาเทคนิดและกระบวนการผลิต และมีการจดสิทธิบัตรในปี 1991