สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตภัณฑ์จากยางพารา

วันนี้เวป Siamglove.com ขอคุยเรื่องอื่นนอกจากถุงมือแพทย์บ้างนะครับ แต่ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ ยังวนเวียนแถวๆยาง น้ำยางนี้แหละครับ ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่าน้ำยางพารานั้น ถูกนำมาขึ้นรูปเป็นถุงมือยาง, ยางรถยนต์ หรือสิ่งต่างๆได้อย่างไร บทความนี้จะขอเรียนอธิบายถึงกระบวนการในการทำผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติกันนะครับ

ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับน้ำยางจากต้นยางพาราก่อน โดยน้ำยางธรรมชาติ(หรือลาเท็กซ์) มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวข้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ น้ำยางสดและน้ำยางข้น โดยน้ำยางสด จะประกอบด้วยชีวโมเลกุลต่างๆเช่น น้ำ (เป็นองค์ประกอบหลัก) เนื้อยาง โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ อายุของน้ำยางสดจะสั้นมากครับ เก็บรักษาไว้ไม่นาน ก็จะเกิดการบูด ซึ่งคล้ายๆกับการเก็บรักษาน้ำนม นั้นก็เพราะในน้ำยางมีจุลินทรีย์บางอย่างทำการย่อยสารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ในน้ำยางทำให้เกิดการบูดเน่า และเนื่องจากน้ำยางสดมีน้ำเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่และมีเนื้อยางเป็นองค์ประกอบส่วนน้อย คือมีปริมาณเนื้อยางแห้งเพียงแค่ 30%-35% เท่านั้น เราจึงนำน้ำยางสดมาแปรรูปเป็น วัตถุดิบยางขั้นต้น เช่น ยางแผ่นรมควัน ยางแผ่นผึ่งแห้ง

ส่วนน้ำยางข้นนั้น ได้มาจากการนำน้ำยางสดเข้าเครื่องเซนตริฟิวส์ (เครื่องปั่นเหวี่ยง) เพื่อแยกเนื้อยางและน้ำยาง (หรือหางน้ำยาง)ออกจากกัน ก็จะได้น้ำยางที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยที่มีปริมาณเนื้อยางแห้งโดยเฉลี่ยร้อยละ 60 ครับ ทีนี้เราก็จะได้น้ำยางข้นกันแล้ว

โดยทั่วไป การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มาจากน้ำยางพารานั้น เราจะมีการปรับปนุงคุณภาพของน้ำยางด้วยการผสมสารเคมีต่างๆลงไปในน้ำยางเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมบัติตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความเหนียว, ช่วยในกระบวนการแปรรูป, ตลอดจนจนไปถึงการลดต้นทุกของการผลิตลง เป็นต้น

หลักการสำคัญในการออกสูตรน้ำยางผสมสารเคมีเพื่อขึ้นรูปผลิตภัณฑ์นั้น จะต้องมีสารเคมีเกี่ยวข้องน้อยที่่สุด คือจะต้องพยายามใช้สารเคมีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ทั้งในระหว่างกระบวนการผลิตจนไปถึงการขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะเราต้องการให้หลงเหลือสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์ให้น้อยที่สุด หากมีสารเคมีหลงเหลืออยู่จะต้องถูกขจัดออก โดยทั่วไปหลังจากกระบวนการผลิตสิ้นสุดลงจะมีการล้างผลิตภัณฑ์นั้นๆด้วยน้ำร้อน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อรวมไปถึงลดสารเคมีที่ตกค้างให้มากที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค

เนื่องจากสารเคมีส่วนใหญ่ที่ใช้เติมในน้ำยาง จะมีคุณลักษณะเป็นของแข็งหรือผงที่ไม่ละลายในน้ำหรือในน้ำยาง ดังนั้นเราจึงไม่สามารถผสมเข้าไปในน้ำยางธรรมชาติโดยตรงได้ จึงต้องเตรียมสารเคมีให้อยู่ในระบบคอลลอยด์ โดยมีอนุภาคคอลลอยด์และสารกระจายที่เรียกว่า dispersion medium (ส่วนนี้ทำให้คอลลอย์ด์กระจายตัวอยู่ได้)

ภาพและเนื้อหาภาพในเวป เป็นลิขสิทธ์ของ SiamGlove.com ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ ไม่ว่าเพื่อการใด โดยจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด

สารเคมีสำหรับผสมในน้ำยางมีดังนี้

1) สารที่ช่วยเพิ่มความเสถียร
เป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่รักษาความเป็นเบสของน้ำยาง เพื่อไม่ให้น้ำยางเสียสภาพ ดังนั้นสารที่ช่วยเพิ่มความเสถียรจึงควรเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นด่าง ที่นิยมใช้คือ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) หรือที่อยู่ในรูปของสบู่กรดไขมัน เช่น โพแทสเซียม ลอเรต , โพแทสเซียม โอลีเอต , แอมโมเนียม ลอเรตและแอมโมเนียม คาซีเนต โดยเฉพาะกลุ่มพวกแอมโมเนียมที่มีกลิ่นที่ฉุนมากดังนั้นควรใส่อย่างพอดีและระมัดระวัง

2) สารวัลคาไนซ์
เป็นสารเคมีที่สำคัญที่สุดในการทำผลิตภัณฑ์ยาง โดยจะทำให้เกิด การเชื่อมโยงระหว่างโมเลกุลของยางเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆในตัวยางให้ดีมากยิ่งขึ้น สารวัลคาไนซ์ที่นิยมจะเป็นพวก กำมะถัน (S) โดยกำมะถันจะสามารถใช้ได้กับยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ในกรณีที่ใช้กับน้ำยาง จะต้องเลือกเกรดของตัวกำมะถันให้อยู่ในเกรดที่ดีหรือเกรดระดับห้องปฏิบัติการ

3) สารกระตุ้นปฏิกิริยา
สารกลุ่มนี้มีหน้าที่เร่งอัตราวัลคาไนซ์ของยางให้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น สารกระตุ้นปฏิกิริยาที่นิยมใช้ก็คือ ซิงค์ออกไซด์ (ZnO) ข้อควรระวังสารกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงโดยจะทำให้น้ำยางมีความหนืดตัวอย่างมากจึงควรเติมในขั้นตอนท้ายๆของการผสมสาร

4) สารเร่งปฏิกิริยายางคงรูป
การที่ใช้สารวัลคาไนซ์ตัวเดียวจะทำให้เกิดการวัลคาไนซ์ที่ช้ามาก และต้องใช้ในจำนวนที่มาก จึงจำเป็นต้องมีสารที่เข้ามาเร่งปฏิกิริยาเพิ่ม ในส่วนสารเร่งปฏิกิริยายางคงรูปจะช่วยลดเวลา ลดอุณหภูมิในการวัลคาไนซ์และยังปรับปรุงสมบัติให้กับผลิตภัณฑ์อีกด้วย มีอยู่ด้วยกัน 7 กลุ่มแต่ที่นิยมใช้กันคือ กลุ่ม ไดไธโอคาร์บาเมต ไธอาโซล และไทยูแรม

5) สารป้องกันยางเสื่อมสภาพ
เป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่ป้องกันออกซิเจน ( O ) ในอากาศที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เกิดการเสื่อมสภาพจึงมีผลทำให้ช่วยยืดอายุการใช้งานโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
กลุ่มอนุพันธ์เอมีน, กลุ่มอนุพันธ์พีนอล และ กลุ่มอิมิดาซิล

6) สารตัวเติม (additive)
โดยส่วนมากเป็นสารพวกอนินทรีย์ที่เติมลงไปในน้ำยาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แข็งตัว แต่การแข็งตัวในที่นี้จะไม่เพิ่มสมบัติความคงทนต่อแรงดึงหรือทนต่อแรงฉีดขาดที่นิยมใช้กันคือ แคลเซียมคาร์บอเนต และผงถ่าน

7) สารที่ทำให้เกิดเจล
เป็นสารพวกอนินทรีย์เติมลงไปในน้ำยางเพื่อให้เกิดเจล โดยเจลนั้นคือสารกึ่งของเหลวและกึ่งของแข็ง ส่วนมากใช้ในผลิตภัณฑ์ยางฟองน้ำ ที่นิยมใช้กันก็คือ Sodiumsilicofluoride (SSF)

8) สารเพิ่มสี
ส่วนมากจะเป็นสารอนินทรีย์ช่วยเพิ่มสีสันให้กับผลิตภัณฑ์ เช่น
– ติตาเนียม ไดออกไซด์ ที่ให้สีขาว
– โครเนียมออกไซด์ ให้สีเขียว
– ไอออกไซด์ ให้สีแดงจนเหลือง
– นิเกล ติตาเนต ให้สีเหลือง

จะเห็นว่าการที่จะผลิตผลิตภัณฑ์จากยางได้ในแต่ละชิ้นต้องมีการใช้สารต่างๆมากมาย ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากยางเราก็ไม่ควรให้สัมผัสกับร่างกายในส่วนที่บอบบางของเรามากนักเพื่อป้องกันในกรณีที่เราแพ้สารเคมีบางชนิด แต่ถึงอย่างนั้นในกระบวนการผลิตก็มีขั้นตอนต่างๆที่ลดปัญหาที่จะถึงมือผู้บริโภคอย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้วละครับ

: สงวนลิขสิทธิ์บทความ หากพบว่ามีการคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดเพื่อเผยแพร่ ไม่ว่าจะเผยแพร่ในสื่อใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการค้าหรือไม่ก็ตาม จะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด

Similar Posts

  • ถุงมือแพทย์ หรือถุงมือไนไตร : ขนาด!…..ใครว่าไม่สำคัญ

    ในบทความก่อนหน้านี้ ทางเวป Siamglove.com ได้นำเสนอหลักการพิจารณาเลือกใช้ถุงมือยางหลายชนิด ทั้งถุงเมือแพทย์แบบไม่มีแป้ง, ถุงมือแพทย์แบบมีแป้ง, ถุงมือไนไตร, ถุงมือไวนิล เราเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้หลักการคร่าวๆในการเลือกใช้ถุงมือที่เหมาะกับงานไปแล้วนะครับ แต่ถ้าท่านผู้อ่านยังไม่ได้อ่านบทความแนะนำ การเลือกซื้อถุงมือ ท่านสามารถคลิ๊กดูบทความเรื่องการเลือกซื้อถุงมือได้ตามลิงค์นี้ครับ(คลิ๊ก) หลังจากที่ท่านได้พิจารณาเลือกซื้อถุงมือตามหลักในบทความดังกล่าวแล้ว ขั้นต่อไปก็คงต้องพิจารณาว่าควรเลือกขนาด (ไซส์)ไหนดี เพราะในท้องตลาด มีให้เลือกตั้งแต่ ขนาดเล็กพิเศษ(XS), ขนาดเล็ก (S), ขนาดกลาง(M), ใขนาดหญ่(L)  และใหญ่พิเศษ(XL) ซึ่งท่านคงสงสัยว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือไซส์ไหนดีล่ะ? นอกจากนี้เรายังต้องพิจารณาว่าควรเลือกซื้อถุงมือแพทย์ที่ความยาวเท่าไหร่ดี เพราะในท้องตลาดมีหลายความยาวให้เลือกทั้ง 9 นิ้ว, 12 นิ้วและยาวกว่านั้นก็มี ซึ่งท่านคงสงสัยอีกว่าเราจะเลือกซื้อถุงมือยาวเท่าไหร่ดีล่ะ? อ้อ! ลืมบอกไปนิดนะครับ ว่า ณ.วันที่เขียนบทความนี้ (31 ตุลาคม 2554) ทาง Siamglove.com ยัง ไม่มีถุงมือยางขนาด 12 นิ้ว และยัง ไม่มีถุงมือแพทย์หรือถุงมือไนไตรขนาด เล็กพิเศษ(XS) และใหญ่พิเศษ(XL) จำหน่ายนะครับ แต่อนาคตอันใกล้จะนำมาจำหน่ายแน่นอน หากตลาดมีความต้องการ ท่านสามารถโทรมาสอบถามได้ครับ

  • ถุงมือยางไนไตร: สุดยอดถุงมือเพื่องานเบาๆ ไปจนถึง งานโหดดดด!

    ในสาขาอาชีพทางการแพทย์ สิ่งที่เริ่มจะเข้ามาเกี่ยวข้องและสำคัญก็คือถุงมือยางไนไตร เนื่องจากคุณสมบัติที่สามารถป้องกันมือจากการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อการใช้งานที่ได้ประสิทธิผลสูงสุด เราควรเลือกซื้อถุงมือไนไตรที่ดีที่สุด ในตลาดมีถุงมือแพทย์อยู่หลายชนิด แต่ที่เหนียว แข็งแรงและดีที่สุด (อย่างน้อยก็เวลานี้) ก็คือถุงมือยางไนไตร ในตลาดเราจะพบเห็นถุงมือหลากหลายแบบที่คล้ายถุงมือยางไนไตร ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องพิจารณาก่อนซื้อถุงมือยางไนไตรก็คือ เราต้องการถุงมือที่มีความสามารถปกป้องมือเราได้ดีขนาดไหน เช็คความต้องการระดับการป้องกันมือเราก่อนที่จะซื้อนะครับ จากนั้นก็ตรวจสอบถุงมือว่า สวมใส่พอดีมือไหม เสร็จแล้วก็ตรวจสอบว่าถุงมือไนไตรราคาถูกตามที่เราต้องการหรือเปล่า อย่าพิจารณาเรื่องราคาถุงมือไนไตรก่อนเรื่องอื่นนะครับ ถ้าทำอย่างนั้นเราอาจได้ถุงมือยางไนไตรราคาถูกมาก็จริง แต่ถุงมือไนไตรที่ได้มา อาจไม่สามารถใช้งานได้ตามความต้องการก็ได้

  • ถุงมือไนไตร: ดีอย่างไร ต่างจากถุงมือยางธรรมชาติอย่างไร

    ถุงมือไนไตรทำมาจากยางสังเคราะห์ (synthetic latex) โดยถุงมือไนไตรใช้เพื่อป้องกันของมีคมบาดมือหรือนิ้ว เนื่องจากถุงมือไนไตรมีความเหนียว ทนต่อของมีคมเป็นพิเศษและทนต่อการขาด โดยเฉพาะอย่ายิ่งเมื่อเปลี่ยบเทียบกับถุงมือแมีพทย์มีแป้งและไม่มีแป้งก็ตาม ถุงมือไนไตรสีฟ้า สีม่วงหรือไม่ว่าสีใดๆ จะมีความทนทานมากกว่า 3 เท่าโดยเฉลี่ยในแง่ของทั้งทนต่อของมีคม และหรือสารละลาย หรือสารเคมีอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับถุงมือยางธรรมชาติแล้ว ถุงมือไนไตรค่อนข้างลื่นกว่าสามารถสวมใส่ได้ง่ายกว่าถุงมือยางธรรมชาติ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ถุงมือไนไตรเป็นที่นิยมมากกว่าถุงมือไวนิล และถุงมือยางธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้นถุงมือไนไตรยังมีคุณสมบัติทนต่อสารเคมี จำพวกสารละลาย อย่างไรก็ตามครับ เมื่อท่านจะซื้อถุงมือไนไตร สิ่งที่ควรทราบสำหรับถุงมือนี้มีหลายข้อดังนี้

  • ถุงมือไนไตร: จะเลือกซื้ออย่างไรดี?

    เราทราบกันแล้วว่า ถุงมือยางแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน. ขึ้นกับวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น ถ้าคุณต้องการถุงมือที่ไม่สร้างอาการแพ้ ไม่ว่าจะอาการแพ้แป้ง แพ้ยาง แพ้โปรตีน ทนทานต่อสารเคมี พวก กรด เบส น้ำมัน ต่างๆ เหนียว ทน ไม่ฉีกขาด ไม่แตกง่าย ผมว่าในกรณีอย่างนี้ ถุงมือที่เหมาะสมน่าจะเป็นถุงมือยางไนไตร เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการถุงมือไนไตรดีๆสักคู่ คุณก็ต้องการถุงมือที่ทนทานสามารถทนทานต่อการใช้งานหนักๆได้ และป้องกันมือคุณได้ดีตลอดการทำงาน ในปัจจุบันมีโรงงานผลิตถุงมือไนไตร ได้ผลิตถุงมือไนไตรจำนวนมากหลายแบบ หลายสี และหลายยี่ห้อ ซึ่อแต่ละเจ้าผู้ผลิต ก็สามารถผลิตถุงมือยางไนไตรที่ดี และปกป้องมือคุณได้เหมือนๆกันแล้วเราจะเลือกถุงมือไนไตรที่เหมาะกับเราที่สุดได้อย่างๆไร?

  • Download

    Downloade Page                    ท่านสามารถ Download สเปกสินค้าต่างๆ และ MSDS (Material Safety Data sheet) ได้ที่นี่

  • ถุงมือไนไตร – ทำไมจึงเหมาะที่ใช้ในอุตสาหกรรมห้องเย็น

    สำหรับท่านที่อยู่ในอุตสาหกรรมห้องเย็น หรือประกอบกิจการทำงานในโรงงานที่ต้องใช้ห้องเย็น และหากท่านต้องใช้ถุงมือเพื่อการทำงาน ถุงมือไนไตรก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม บทความนี้ถึงข้อดีในการใช้ถุงมือไนไตรในอุตสาหกรรมห้องเย็นครับ